ตอนที่7 "Witaya"

สวัสดีค่ะ หลังจากที่ฉบับก่อนๆ หนึ่งเป็นคนพาไปเที่ยวกันมาแล้ว ฉบับนี้เดียวก็รู้สึกคันไม้คันมืออยากจะพาทุกๆคนไปเที่ยวกันบ้าง ฉบับนี้ขอเอาใจสาวๆที่ชอบเครื่องประดับโดยเฉพาะ เพราะร้านที่จะพาเที่ยววันนี้ก็คือ “ร้าน Witaya”

                ร้านนี้เป็นร้านเครื่องประดับ Hand Made ที่ทำมาจากหินสี เปลือกหอย และจิวเวอรี่ ทั้ง สร้อยคอ กำไล แหวน และเครื่องประดับอื่นๆ โดยคุณวิทยา หรือ “พี่ต๋อง” เจ้าของร้านซึ่งเค้าได้เล่าให้เราฟังว่า ร้านนี้เกิดขึ้นมาประมาณ 10 กว่าปีมาแล้ว จากความรักในงานศิลปะและพลังเร้นลับของอัญมณีที่พี่ต๋องเชื่อว่า “พลังจากหินสีและอัญมณีส่งผลให้แก่ผู้ที่สวมใส่”  อย่างไม่น่าเชื่อ! อย่างเช่น  เทอร์ควอยซ์ (Turquoise) หินสีฟ้าอมเขียว จะเสริมพลังบารมีและเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องเดินทางไกลบ่อยครั้ง  หรือ โรสควอตซ์ (Rose Quartz) หินสีชมพูอมแดง เป็นหินที่แสดงถึงความรัก และการให้อภัย เสริมเสน่ห์ สร้างมิตรภาพ ถือได้ว่าเป็นหินครอบคลุมให้คุณประโยชน์ในทุกๆ ด้าน

 ซึ่งผลงานทุกชิ้นเพี่ต๋องจะเป็นคนออกแบบด้วยตัวเองทั้งหมด เน้นรูปแบบที่สวยงาม แปลกตา และอลังการ มีการผสมผสานระหว่างหินสี อัญมณี ลูกปัด ขนนก ได้อย่างลง ตัวทำให้สินค้าทุกชิ้นของร้านนี้มีเอกลักษณ์กว่าร้านอื่นๆ รวมทั้งยังรับออกแบบเฉพาะให้กับลูกค้าแต่ละคนอีกด้วย ถ้าใครต้องการมาอุดหนุนเครื่องประดับ Hand Made สวยๆละก็ อย่าลืมแวะมาที่ร้าน Witaya นะคะ แต่ขอบอกว่าหาง่ายมากๆ เพราะอยู่โครงการ 24 ซอย 5 ร้านหัวมุม ที่ใครๆก็ต้องเห็นเพราะเป็นร้านใหญ่ เต็มไปด้วยเครื่องประดับฝีมือพี่ต๋องเต็มร้าน งานนี้คุยกับพี่ต๋องเพลินจนลืมเก็บภาพของพี่ต๋องมาฝาก แต่ถ้าใครที่อยากเจอกับเจ้าของร้านและ Designer ใจดีก็แวะมาคุยกันได้นะคะ ซึ่งพี่ต๋องกระซิบบอกมาว่า มีราคาพิเศษสำหรับชาว WaiWai ที่แวะมาอุดหนุนด้วย ห้ามพลาดนะคะ

 
 
 
 
 
 

 

ตอนที่ 6 “LOVE A LOT D.I.Y. (Do It Your Love)”

                เขียนไปเขียนมา นี่ก็เป็นตอนที่ 6 แล้วนะครับ รู้สึกว่าเวลา 6 เดือนนั้นมันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน เลยขอถือโอกาสนี้พาเพื่อนๆย้อนกลับมาที่ร้าน LOVE A LOT ของหนึ่งกับเดียวกันบ้างนะครับ J

                เนื่องจากว่าตอนนี้ที่ร้าน LOVE A LOT มี Collection ใหม่ที่ภูมิใจนำมาเสนอเพื่อนๆครับ เจ้า Collection ที่ว่านั้น ขอเรียกว่า LOVE A LOT D.I.Y. Collection แล้วกันนะครับ แต่คำว่า D.I.Y. ที่ว่านั้น ไม่ได้หมายความถึง Do It Yourself เหมือนที่อื่นนะครับ D.I.Y. ของ LOVE A LOT นั้นหมายถึง Do It Your Love หรือก็คือ การสร้างสรรค์ผลงานด้วยความรักของคุณเอง ส่วนจะสร้างสรรค์อย่างไร แล้วผลงานที่ว่าจะเป็นอะไรนั้น เพื่อนๆตามผมมาเลยครับ   

 LOVE A LOT D.I.Y. Collection เป็น Collection ที่ผสมผสานกันระหว่างงานดีไซน์และงานแฮนด์เมด โดยที่งานดีไซน์ที่ว่านั้นก็คือ ตัวรีด หรือ Iron-On เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากผ้ากำมะหยี่ที่ถูกตัดเป็น ตัวเลข ตัวอักษรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และตัวการ์ตูนน่ารักๆ ซึ่งเพื่อนๆสามารถเลือกผสมคำ เป็นคำพูด หรือประโยคโดนๆ หรือตกแต่งเพิ่มด้วยตัวเลขหรือตัวการ์ตูนโดยทำการรีดลงไปบนเสื้อยืด เพียงเท่านี้เพื่อนๆก็จะได้ผลงานของเราเองที่จะเป็นเพียงชิ้นเดียวในโลกไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งจริงๆแล้ว นอกจากเสื้อผ้า เพื่อนๆก็ยังสามารถที่จะนำตัวรีดของเรานั้นไปรีดติดลงบนวัสดุอื่นๆที่ทำมาจากผ้าก็ได้ อาทิ กระเป๋าผ้า ผ้าเช็ดหน้า ปกสมุดหรือหนังสือที่ทำมาจากผ้า ซองใส่โทรศัพท์มือถือ หรือแม้แต่ตุ๊กตาสุดเลิฟของเราก็ยังสามารถนำมาตกแต่งเพิ่มเติมได้ด้วยตัวรีดเหล่านี้เช่นกันครับผม โดยตัวรีดหนึ่งชิ้นมีราคาอยู่ที่ 19 บาทเท่านั้นเองครับ

                 ถึงแม้จะไม่มีใครถามถึงสาเหตุที่หนึ่งกับเดียวคิดอยากจะทำ LOVE A LOT D.I.Y. Collection ขึ้นมา แต่ก็อยากจะเล่าครับ ขอเล่าคร่าวๆแล้วกันนะครับ J คือหลังจากที่เราผลิตและจำหน่ายเสื้อคู่รักและเสื้อครอบครัว ซึ่งเป็นแบบ silk screen มานานกว่า 5 ปีแล้วนั้น มีลูกค้าจำนวนมากที่สนใจอยากจะสั่งทำเสื้อยืดแบบพิเศษเพียงตัวเดียว บ้างก็อยากให้สกรีนข้อความ หรือชื่อของตนเพิ่มเติมลงบนเสื้อ ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่เราก็จะปฏิเสธไปเนื่องจากความยุ่งยากรวมถึงต้นทุนในการทำนั้นค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับจำนวนที่ต้องการเพียงตัวเดียว แต่เราก็พยายามคิดหาวิธีการเพื่อที่จะตอบสนองความต้องการเหล่านี้ของลูกค้าให้ได้ จนกระทั่งเกิดเป็น LOVE A LOT D.I.Y. ขึ้นในที่สุดนั่นเองครับ J      

                และเนื่องจากตอนนี้ ถือเป็นการแนะนำ Collection ใหม่ของหนึ่งกับเดียวเอง ดังนั้น เพื่อนๆที่นำหนังสือ WaiWai Thailand ฉบับล่าสุดนี้มาแสดงที่ร้าน LOVE A LOT ซึ่งตั้งอยู่ที่ โครงการ 24 ซอย 33/4 นั้น เราจะมอบเสื้อ Collection D.I.Y. นี้ โดยให้เพื่อนเลือกและจัดวางตัวรีดได้ตามสไตล์ของตัวเองเลยครับ แต่ขออนุญาตจำกัดแค่ 1 ตัวต่อ1 เล่มนะครับ และเช่นเคยสำหรับการติดตามความเคลื่อนไหวของหนึ่งกับเดียว และ LOVE A LOT โดยเข้าไปเยี่ยมชมกันได้ที่ www.vrlovealot.com ฉบับหน้าเราจะไปเยี่ยมชมร้านอื่นบ้างดีกว่า ส่วนจะเป็นร้านไหนนั้น ต้องติดตามกันต่อไปนะครับ ขอบคุณและสวัสดีครับผม

 
 
 
 
 
 
ตอนที่ 5 “i-maru” ไอศกรีมประสบการณ์ใหม่
 
                ก่อนอื่นขอเล่าที่มาของตอนนี้ก่อนละกันนะครับ ผมได้ยินชื่อแบรนด์นี้ครั้งแรกเมื่อไม่นานมานี้จากรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งครับ เป็นช่วงที่มีการนำเสนอสินค้าแบรนด์ใหม่ๆที่น่าสนใจ ทีแรกก็นึกว่าเจ้าของแบรนด์จะเป็นคนญี่ปุ่น (เพราะดูจากชื่อสินค้า) แต่ช่วงที่มีการสัมภาษณ์เจ้าของธุรกิจ จึงทราบว่า “i-maru” นั้น เป็นแบรนด์สัญชาติไทย คิดค้นโดยคนไทย ซึ่งนั้นก็เป็นจุดที่น่าสนใจจุดแรกของผม แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ ความโดดเด่นและแปลกใหม่ของเจ้าตัวไอศกรีม ที่เจ้าของเค้าบอกว่าเป็น “ประสบการณ์ใหม่” ของผู้ที่ชื่นชอบไอศกรีมโดยแท้ แล้วก็ยิ่งถือเป็นความโชคดีของผมเพราะเค้าเพิ่งเปิดสาขาใหม่ที่สวนจตุจักร ว่าแล้วอย่ารอช้า เพื่อนๆตามผมมาดู “ไอศกรีมประสบการณ์ใหม่” ที่ว่าได้เลยครับ

                ร้าน i-maru ที่สวนจตุจักรแห่งนี้ตั้งอยู่ที่โครงการ 24 อยู่ติดกับปากซอย 33/6 ครับ เปิดเป็นบูทไอศกรีม การตกแต่งร้านจะเน้นเป็นการให้ข้อมูลของสินค้าผ่านทั้งทางป้ายตั้งพื้นขนาดใหญ่ และป้ายแขวน รวมทั้งการให้ข้อมูลของพนักงานขายที่คอยพูดเรียกลูกค้า และแนะนำสินค้าอยู่ตลอดครับ ตอนผมไปถึงที่ร้าน อาจจะเป็นเพราะเป็นสินค้าใหม่ด้วย จึงเห็นคนยืนต่อคิวซื้ออยู่พอสมควร มาถึงตรงนี้ เพื่อนๆคงอยากจะรู้แล้วว่า หน้าตาของเจ้า ไอศกรีม i-maru นั้นจะเป็นอย่างไร งั้นรอผมต่อคิวซื้อสักครู่นะครับ J

                 และแล้วผมก็ได้เห็นถึงความแปลกใหม่ที่ว่าครับ ไอศกรีม i-maru จุดเด่นแรกที่เห็นก็คือรูปทรงของไอศกรีม จะเป็นรูปคล้ายกับ “ไข่” ครับ จากข้อมูลที่ได้ ไอศกรีม i-maru นั้นมี 2 collection ครับ แบบแรกเค้าตั้งชื่อว่า mi-lu-ku เป็นไอศกรีมนมจากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นครับ ส่วนรูปทรงที่เหมือนไข่นั้นที่จริงแล้วเค้าบอกว่า “เป็นเต้านมวัว” ครับ เพราะถ้าสังเกตดูดีๆแล้ว จะเห็นบรรจุภัณฑ์ซึ่งเป็นพลาสติกที่ห่อหุ้มไอศกรีมอยู่ ซึ่งจะถูกออกแบบให้มีหัวจุกที่ยื่นออกมาสำหรับไว้ตัดเพื่อที่จะดูดกินเนื้อไอศกรีมได้ ผมลองชิมแล้ว ได้ทั้งความสนุกสนานในการดูด แถมรสชาติก็ยังอร่อยสมคำโฆษณาครับ เจ้า Mi-lu-ku นั้นมีด้วยกันทั้งหมด 7 รสชาติครับ ได้แก่ วานิลลา บัตเตอร์สก๊อตซ์กล้วย โยเกิร์ตเบอร์รี่ แคนตาลูป น้อยหน่า  เบอร์รี่ และช็อกโกแลต สำหรับ collection ที่สองนั้น เค้าให้ชื่อว่า ta ma go เป็นไอศกรีม เนื้อผลไม้ล้วนๆ 100% ครับ ขอยืนยันว่า 100 % จริงๆครับ ผมลองแล้ว ได้อารมณ์เหมือนกำลังกินผลไม้ชนิดนั้นอยู่จริงๆเลยครับ วิธีรับประทานของเค้าก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะก่อนรับประทานนั้น เราจะต้องลอกเปลือกที่เป็นพลาสติกออกก่อน (เหมือนปอกเปลือกไข่) แล้วใช้ไม้จิ้มถือรับประทานเหมือนไอศกรีมแท่งเลยครับ ta ma go จะมีสองรสชาติครับ ก็คือ ทุเรียน และมะม่วง เพื่อนๆคนไหนชอบรับประทานทุเรียนอย่างผมขอแนะนำว่า ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ!

                เป็นที่น่าเสียดายครับว่าวันที่ผมไปนั้นไม่ได้เจอกับเจ้าของร้าน เลยไม่มีโอกาสขอส่วนลดมาให้เพื่อนๆชาว WaiWai Thailand กัน แต่ที่ร้าน LOVE A LOT ของหนึ่งกับเดียว เพื่อนๆก็ยังคงนำหนังสือ WaiWai Thailand มาแสดงที่ร้านเพื่อแลกกับ “กระดาษโน๊ต LOVE A LOT” แสนสวยไปฟรีๆจำนวน 3 ชิ้นต่อ 1 เล่มเช่นเคยนะครับ และสำหรับเพื่อนๆที่เพิ่งติดตามคอลัมน์ของเรา สามารถทำความรู้จักกันที่ www.vrlovealot.com ได้ครับ ฉบับหน้าเราจะมีของรางวัลชิ้นใหม่มาแจก อย่าลืมติดตามกันได้ต่อไปนะครับ ขอบคุณและสวัสดีครับ